สตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะพ่นกำแพง สุดชิคใจกลางกรุง

Posted on กันยายน 19, 2020ปิดความเห็น บน สตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะพ่นกำแพง สุดชิคใจกลางกรุง

สตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะพ่นกำแพง สุดชิคใจกลางกรุง “สตรีทอาร์ต” ของเมืองไทยเป็นการวาดภาพบนผนังกำแพง ซึ่งเป็นการแปลงโฉมกำแพงที่ผุพังให้มีลวดลายสวยงามและยังชูเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้ออกมามีความโดดเด่นเฉพาะตัวอีกด้วย  หากใครกำลังมองหาที่ถ่ายรูปชิค ๆ อาร์ต ๆ กับภาพวาดบนกำแพง ก็สามารถไปตามล่าหาที่ถ่ายภาพกับสถานที่ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ได้เลย ไปดูกันเลยค่ะ

สตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะพ่นกำแพง สุดชิคใจกลางกรุง

สตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะพ่นกำแพง สุดชิคใจกลางกรุง

1. ย่านเจริญกรุง

จากกำแพงเก่า ๆ  ผุผัง ถนนเก่าแก่ดั้งเดิมที่สร้างตามแบบฉบับตะวันตกสายแรกในประเทศไทย แหล่งรวมวัฒนธรรมเก่าแก่ทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง มุสลิม แฝงไปด้วยเสน่ห์ของกรุงเก่า  ที่นี่จึงกลายเป็นย่านสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยผลงานศิลปะ  ลึกเข้ามาในซอยเจริญกรุง 32 ตลอดแนวกำแพงเต็มไปด้วย Wall Art เท่ๆ

จากศิลปิน Graffti ชื่อดัง ที่มาสร้างสรรค์ศิลปะบนแนวกำแพงเป็นผลงานจาก เทศกาลสตรีทอาร์ตชื่อดัง “Bukruk Festival”  โดดเด่นจนต้องสะดุดเป็นผลงานของ Bonus TMC ศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังชาวไทย แค่เห็นรูปผลงานก็เท่ไม่ใช่เล่นเลยใช่มั้ยล่ะ สายอาร์ตนักถ่ายรูปต้องห้ามพลาดมุมนี้เลยนะ

เดินซอกแซกท้าแดดกันต่อที่ซอยเจริญกรุง 30 ในตรอกกัปตันบุช จะเห็นผลงานของศิลปินชาวโปรตุเกส Vhils จากโครงการ Scratching the Surface Project บนกำแพงของสถานทูตโปรตุเกส เป็นผลงานกราฟฟิตี้ที่แตกต่างจากผลงานอื่นๆ เพราะใช้เทคนิคการสลักกำแพงเป็นภาพ เทคนิคที่ว่ากินขาดแต่ภาพบนกำแพงแฝงความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่า

พักร้อนที่ Old Town คาเฟ่และโฮสเทลกลิ่นอายวันวาน ในซอยเจริญ 28 พร้อมดูผลงานกราฟฟิตี้ข้างผนังโฮสเทลกันต่อ ผนังด้านข้างที่เป็นหนึ่งมุมของร้านคาเฟ่ Old Town เป็นผลงานของศิลปินชาวเกาหลี Daehyun Kim ภาพขาวดำที่ลงตัวกับผนังสีดำ เป็นมุมนั่งจิบกาแฟที่ฮิปเว่อร์

ใครชอบถ่ายภาพเท่ๆ แบบไม่ซ้ำมุม ขอแนะนำว่าต้องปักหมุด “Street Wall Art” เอาไว้เลย นอกจากผลงานสวยๆ ที่เราเก็บภาพมาฝาก ยังมีกราฟฟิตี้ที่ซ่อนตัวอยู่อีกหลายจุดในซอกซอยของถนนเจริญกรุงยาว

สตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะพ่นกำแพง สุดชิคใจกลางกรุง

2. ล้ง 1919

ใครชอบถ่ายรูป ใครชอบบรรยากาศจีนๆ โบราณๆ ที่ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือจุดที่คุณอย่าได้พลาด ซึ่งก็คือ ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ท่าเรือกลไฟในอดีตสมัยรัชกาลที่4 ที่เป็นยุคทองของการค้าไทย-จีน โดยพื้นที่นี้เป็นของตระกูลหวั่งหลี ได้เนรมิตท่าเรือให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ที่ได้บูรณะจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “ซาน เหอ หยวน” เป็นการออกแบบวางผังอาคารในแบบจีนโบราณ ลักษณะอาคาร 3 หลัง เชื่อมต่อกัน 3 ด้าน เป็นผังรูปทรงตัวยู มีพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 3 หลัง ใช้เป็นลานอเนกประสงค์  อาคารประธานเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว  และห้องภายในตึกมีศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่พ่อค้าชาวจีน ต้องมาสักการะทั้งตอนมาถึง

และก่อนออกจากเมืองไทยภายในตึกดัดแปลงให้ทันสมัยเป็นร้านค้า ขายอาหาร ของฝาก ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย  ภายในออกแบบได้สวยงามผสมกลมกลืมกันลงตัว มีความร่วมสมัยและกลิ่นไอโบราณร่วมกัน แต่ละมุมของตึก ทั้งกำแพง และหน้าต่าง รวมทั้งห้องภายในตึก จึงกลายเป็นมุมถ่ายรูปสวยงามหลายจุดเลย

สตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะพ่นกำแพง สุดชิคใจกลางกรุง

3. ตลาดน้อย

เกิดจากการขยายตัวทางการค้าของสำเพ็งในช่วงตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ เรียกว่า “ตะลัคเกียะ” หรือ “ตลาดน้อย” เป็นย่านเก่าที่มีความน่าสนใจที่สามารถส่งต่อเรื่องราวในอดีตมายังคนรุ่นหลังได้เรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรมของคนในชุมชนได้อย่างลงตัว ทั้งศาลเจ้า ร้านค้า บ้านเรือน วิถีชีวิต มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก มีจุดที่เป็นไฮไลท์อยู่หลายจุด   

เริ่มจาก ซอยตรอกศาลเจ้า มีสตรีทอาร์ทให้เราถ่ายรูปตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยบริเวณ ศาลเจ้าโรงเกือก  แล้วเดินเลาะไปเรื่อยจนถึง คฤหาสน์จีนโบราณ “โซวเฮงไถ่” หายเหนื่อยแล้วเราเดินต่อไปยังอีกจุดไฮไลท์ที่ใครมาตลาดน้อยต้องมาตรงนี้ เป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากกับการมาถ่ายรูปรถคันนี้ เป็นรถเก่าสีส้มจอดอยู่ข้างตึก ดูเก่าๆ ถ่ายรูปสวย  แล้วเดินต่อไปทะลุที่ซอยศาลเจ้าโจวซือก๋ง(ซอยดวงตะวัน)

ในย่านตลาดน้อยจะมีภาพสตรีทอาร์ตซ่อนอยู่ เพื่อให้ตามหา เป็นอีกเสน่ห์ในการมาเดินเที่ยวชมย่านนี้ นอกจากจะมีสตรีทอาร์ตและตึกเก่าๆ ให้เราได้เดินถ่ายรูป ในย่านนี้ก็มีร้านข้าวร้านขนมค่อนข้างเยอะเลย  ใครมีเวลาว่างๆ อยากมาสัมผัสกับวิถีชีวิต หาที่ถ่ายรูป ลองใช้กล้องที่ย่านตลาดน้อยเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจมาก ๆ

ขอแนะนำ รู้หรือไม่ผักก็มีศัตรูที่ต้องเว้นระยะห่างนะ พืชผักนั้นสามารถเป็นศัตรูกันได้นะ  ถ้าปลูกใกล้กันแล้วจะทำให้พืชอีกชนิดมีการเจริญเติบโตช้า  ได้ผลผลิตน้อย  พืชเหล่านี้จึงต้องมีการเว้นระยะห่างกัน  เพราะว่าพืชที่เป็นอริจะช่วยเอื้อต่อแมลงศัตรูพืชให้เข้ามาทำลายผักได้ง่ายขึ้น

4. Chula Art Town Chula Art Town สตรีทอาร์ตแห่งใหม่ใจกางกรุง

โครงการ “Chula Art Town” เป็นโครงการที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปี คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU), บริษัท อุไรพาณิชย์ จำกัด และ ATM Spray ซึ่งให้การสนับสนุนอุปกรณ์สีสำหรับสร้างสรรค์ผลงาน 

โดยได้ศิลปินชื่อดังด้านสตรีทอาร์ตทั้งในและต่างประเทศกว่า 50 ท่าน มาช่วยสร้างสรรค์ศิลปะบนตึกและกำแพงในชุมชนรอบ ๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนภาพชีวิตของวิถีชุมชนให้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ 

5. ตลาดเฉลิมหล้า – ราชเทวี

 Street Art สวนเฉลิมหล้า ราชเทวี ที่นี่คือแหล่งรวมผลงานศิลปะแนว Graffiti จากฝีมือของศิลปินอิสระหลายสิบคนจากทั่วประเทศ ที่ต่างมาฝากฝีไม้ลายมือกันไว้บนกำแพงเก่าที่ดูคลาสสิค กลายเป็นโลเคชั่นสตรีทที่ดูเท่และมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่น ลวดลายศิลปะบนกำแพงมีสีสันฉูดฉาดสะดุดตา สร้างความแตกต่างแก่กำแพงสีขาวเก่าๆ

ทำให้พื้นที่แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ในแต่ละวันจะมีผู้เดินทางมาถ่ายภาพกันบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นโลเคชั่นยอดนิยมสำหรับวัยรุ่นเลยก็ว่าได้  และไม่ใช่เพียงแค่คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพที่จะเอนจอยกับพื้นที่บริเวณนี้

เพราะผู้ที่ชื่นชอบผลงานศิลปะสไตล์ Grafiti เองก็คงจะชื่นชอบกับผลงานในบริเวณนี้ไม่ใช่น้อย  รียกได้ว่าเป็นอาร์ทแกรอลี่ริมทางที่ดูทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก ใครอยากจะหาที่ถ่ายรูปสวยๆ หรืออยากจะชมงานศิลปะเท่ๆ ลองแวะไปชมกันได้เลยนะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ แหล่งสตรีทอาร์ต (Street Art) ศิลปะบนกำแพง ใจกลางกรุงเทพ  ที่ศิลปินได้ร่วมมือกันวาดภาพวิถีชีวิตของชุมชนและจุดเด่นในแต่ละพื้นที่ได้ออกมาอย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์  หากเพื่อนๆ คนไหนอยากถ่ายภาพชิค ๆ อาร์ต ๆ สวย ๆ  ก็สามารถสะพายกล้องแวะไปเยี่ยมชมผลงาน Street Art ในแต่ละพื้นที่กันได้เลยนะคะ

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : 5 ซีรีย์เกาหลี ปี 2020 ที่คุณต้องห้ามพลาด